http://innocentgay.exteen.com/20071002/bangkok-love-story-6
คลิกที่รูปเพื่อดูตัวอย่างหนังนะครับ

ได้ชิดเพียงลมหายใจ แค่ได้ใช้เวลาร่วมกัน แค่เพื่อนเท่านั้น แต่มันเกินห้ามใจ
ที่ค้างในความรู้สึก ว่าลึกๆเธอคิดยังไง รักเธอเท่าไร แต่ไม่เคยพูดกัน
อะไรที่อยู่ในใจก็เก็บเอาไว้ มันมีความสุขแค่นี้ก็ดีมากมาย
เธอจะมีใจรึเปล่า เธอเคยมองมาทีฉันรึเปล่า ที่เราเป็นอยู่นั้นคืออะไร?...................

เสียงเพลงดังก้องหูในขณะที่ผมยังคงนั่งจมอยู่ในเก้าอี้ตัวสีแดงที่พับได้ ซึมซาบบทเพลงและความทรงจำล่าสุดเอาไว้ทบทวนเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ลืมมันเร็วไปนัก ใช่แล้ว!ตอนนี้ผมอยู่ในโรงหนังและพึ่งจะจบไปกับเรื่อง เพื่อน(กูรักมึงว่ะ)

ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นหนึ่งวันคงเป็นวันที่ผมจดจำอีกวัน... ผมไปไม่ทันดูหนังครับ กรอดดดด แค้นโครดๆกับประสบการณ์เฉียดได้วันนั้น เพราะผมจำรอบฉายผิดไปนิดหน่อยเลยจำต้องลากสังขารไปที่หาอะไรทำที่อื่นต่อ เพราะไม่อยากตัดเข้าไปดูกลางคันให้เสียอารมณ์ แต่ไม่เป็นไร เพื่อความสุขในการได้ชมและเผื่อได้ส่องหนุ่มในโรงแล้ว ผมยอมมาอีกในวันรุ่งขึ้น(มันทุ่มเทมากเลยจอร์จ)...

วันรุ่งขึ้นผมรีบห้อไปซื้อตั๋ว ยังดีที่ทันเวลาไม่ช้าไม่เร็วจนเกินไป แต่...

ทำไมกูต้องนั่งดูคนเดียวด้วย!!!

รอบนี้ไม่มีคนมาดูเลยซักคน แต่ก็ไม่แปลก เพราะวันนี้ทั้งวัน เรื่องเพื่อนฉายแค่เพียงรอบเดียวตอน 11.15น.เป็นสัญญาณอันตรายว่าหนังใกล้ออกโรงให้รีบมาดูด่วน(ก็เลยรีบมานี่ไง เป็นไงล่ะ? ป่าช้านะสิถามได้) ไม่เป็นไรๆ ทั้งรอบดูคนเดียวก็ไม่หวั่น เดี๋ยวบิ๊วอารมณ์ว่ามีคนมานั่งดูด้วยกันเต็มโรงก็ได้(สยอง)...

ต่อจากนี้ขอวิจารณ์หนังนิดนึงนะครับ ใครที่ยังไม่ดูไม่ต้องรีบลากหนี เพราะผมเชื่อว่าถ้าใครลองคิดตามผมก่อนเข้าโรงละก็ความสนุกในการรับชมของคุณจะมากกว่าเดิมอีกครับ

เป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์อยู่พักนึงกับเรื่องเพื่อน ผมเห็นเพื่อนบ้านใกล้เคียงเขียนบทวิจารณ์กันหลายรูปแบบ ทำเอาคนที่จะไปดูหวั่นๆชอบกลกลัวไม่สนุก ผมก็อีกคนที่กลัวเช่นนั้นเหมือนกัน ลืมนึกไปว่าคนที่เขียนมาแต่ละคน ไม่มีใครเป็นโฮโมเลยซักคน แล้วอย่างนี้คุณคงจะมาวิจารณ์หนังแบบนี้ไม่ได้หรอกครับ ทำพจน์ อานนท์ เค้าเสียชื่อหมด ผมจะพูดเป็นประเด็นเลยและกันสำหรับฉากที่ผมประทับใจและที่น่าเก็บมาคิด ไม่ว่าใครเป็นคนคิดพวกฉากนี้ขึ้นนะครับผมอยากขอบคุณที่ทำให้มันสวยงามจนทำให้ผมมีความสุขกับการชมและรับรู้

ฝูงนก
ก็เพราะได้รับการชมหลายครั้งถึงภาพที่ออกมาในการถ่ายทำที่สวยมากซึ่งแม้แต่คนธรรมดาก็ยังออกปากชมว่าภาพสวยให้อารมณ์ เปิดตัวด้วยภาพสวยๆก็ใจละลายแล้วนกที่บินหนีทั้งฝูงในขณะที่ตัวเอกอยู่บนมอเตอร์ไซค์วนรอบเสาชิงช้าทำให้แฟรมของภาพเคลื่อนที่ไปด้วยจนเหมือนนกกลุ่มนั้นกำลังหยุดอยู่กลางอากาศ เป็นภาพที่ประทับใจมาก(เห็นฉากนี้ใน trailer เลยมาดูนะเนี่ย) ใครอยากเห็นลองรอซื้อแผ่นมาดูนะครับ

แอบมอง
อีกฉากที่น่ารักกุ๊กกิ๊กจนผมยิ้มออกมา เป็นฉากที่ให้ความรู้สึกน่ารักใสๆดี เมฆและอิฐที่เล่นเหมือนเด็กน่ารักจนทำให้แอบยิ้มตามหนัง รักบริสุทธิ์ใจครับ ถ้ามีใครมานั่งข้างๆด้วยเค้าคงหาว่าบ้าเพราะนั่งยิ้มคนเดี๋ยว

เตียงสั่น
อีกฉากที่ไม่น่ากล่าวถึง(XXXมาก)แต่ก็ดูสำคัญที่ต้องเอ่ย เลิฟซีนที่ทำเอาเด็กบางคนต้องรีบเดินออกจากโรงเพราะรู้สึกว่าไม่ควรดู(ใครน้าาา?) ฉากนี้ก็ให้อารมณ์เหมือนว่าสอดว่าใส่จริงๆ ถึงใช้ผ้าบังก็เถอะอย่างน้อยมันก็ดูไม่เฟกดี ทำเอาผมแอบอายทั้งๆที่นั่งดูอยู่คนเดียวและคงทำเอาหลายๆคนมองคนข้างๆเลิกลัก^^แต่ถ้านึกถึงฉากนี้จะทำให้นึกถึงฉากการเช็ดตัวของอิฐ ใครก็ตามคิดทำฉากนี้คงกะจะยั่วคนดูด้วยมุมกล้องที่คงจะทำเอาคนทั้งโรงจ้องตาแป๋ว(ผมด้วย)รู้สึกเหมือนเราแอบดูอยู่ตรงหน้าต่าง(แล้วไหงโดนบัง?)เช็ดเบาๆลูบไล้ไปทั่วทำเอาสยิวแต่ก็ไม่ได้เกินเลยอะไรมาก ดูได้อย่างไม่กระดากแต่ก็ได้อารมณ์เต็มๆ

ปลากัด
สังเกตเห็นปลากัดมั๊ยครับ มันคือสัญลักษณ์ของความเป็นชายสำหรับผม ปลากัดเพศผู้สองตัวที่เห็นหน้ากันไม่ได้(เว้นแต่ตัวเมียที่เห็นทีเดียวรีปทำหน้าหื่นสร้างหวอดแทบไม่ทัน) ถึงปากหมอกจะบอกว่าปลากัดหมายถึงผู้แพ้และผู้ชนะ แต่ผมก็ยังเชื่อว่าว่าสื่อถึงการที่ว่าปลากัดตัวผู้จะสู้กันตามสัญชาติญาณความเป็นชาย(แต่ดูเหมือนมันจะไม่สู้กันนะถึงโดนหมอกผลักโหลตกแตก) จะเสียดสีกันด้วยปลากัดรึเปล่าก็ไม่รู้

นักแสดง
เชื่อมั๊ยครับว่าตอนแรกที่เห็นเมฆและอิฐ ผมแอบกำหนดบทบาทให้สองคนนี้ผิดๆ เริ่มเอะใจตอนที่อิฐทำเสียงสุภาพน่ารักๆ(เสียงนี้มีข้อผิดพลาดอย่างไรเดี๋ยวมาว่ากัน) ที่คิดอย่างนั้นคงเพราะตอนแรกเห็นว่าอิฐหล่อดี ไม่ทันนึกว่ามือปืนควรรับบทโหดแทงไม่ยั้ง แต่ก็เพราะสเปคผมตรงกับอิฐมั้งเลยรู้สึกว่าหน้าอย่างนี้ คงโยกเก่งพิลึก>.<
และผมพบสาเหตที่ว่าทำไมหลายๆคนที่วิจารณ์หนังเรื่องนี้ว่าบทพูดห่วย! แล้วก็ขยายความว่าเป็นบทที่คนปรกติไม่พูดกัน(เลี่ยนมั้ง) ตอนแรกผมก็ลังเลว่าจะไม่ดูก็เพราะกลัวบทพูดนี่แหละ พอไปดูเองถึงเข้าใจว่าบทไม่ผิดหรอก คนที่พูดผิดคืออิฐ คนที่ดูแล้วไม่ใช่เกย์โปรดเข้าใจนะครับว่าบทสนทนาแบบนี้มีอยู่จริงในประเทศไทยในคู่เกย์ที่อยู่กันตามลำพัง เพราะเกย์เป็นผู้ชายสองคนมารักกัน ถ้าบทพูดแข็งกร้าวไม่โรแมนติกขึ้นกูมึง คงไม่มีอารมณ์รักกันหรอก บทพูดมันไม่ได้น่าหงุดหงิดหรอก แต่ที่หงุดหงิดนั้นเป็นที่น้ำเสียงของอิฐมากกว่าคำพูด พอลองเทียบน้ำเสียงและบทพูดทุกคนในเรื่องไม่มีใครทำให้อารมณ์เสียเลยซักคน(แสดงว่าบทไม่ได้ห่วย) แต่พอเจออิฐพูดว่า "คุณ คุณเป็นอะไรรึเปล่า" ก็รู้สึกทันทีว่าน้ำเสียงนี่มันนุ่มมาก จนอาจทำให้หลายๆคนเคืองเหมือนกับว่ามันเว่อร์ ไม่รู้ผู้กำกับสั่งให้ทำเสียงนุ่มกระเส่าๆแสดงตนเป็นพวกรับรึเปล่า ในฉากนี้ เพราะพอได้ยินเสียงทำเอาใจหายเลย แต่ก็คิดว่าคุณชัยวัฒน์คงทำตัวลำบากเพราะเป็นเกย์ก็ไม่ใช่เสียงปรกติก็ออกแมนเลยพยายามดัดเสียงในแบบนั้นช่างมัน!แนะนำคนที่ไปดูว่าแค่ท่าน"ปลง"กับเสียงพูดของอิฐเพียงคนเดียวหนังก็จะสนุกขึ้นเยอะแล้วครับ

ท้องฟ้าและแบคกราวน์
อันนี้ก็เห็นคนชมกันเปาะ ว่าภาพสวยและเน้นถ่ายภาพท้องฟ้าเสียหลายซีน ท้องฟ้าในหนังเรื่องนี้ให้อารมณ์ที่เศร้าหมองทุกผืนเพราะสีเทาหม่นเหมือนฝนจะตก ยกเว้นผืนที่เป็นบ้านนอกนิดๆสีออกฟ้าๆ ที่ให้อารมณ์ดีกว่าหน่อย เพราะว่าหนังไม่ได้หยิบยกท้องฟ้าช่วงนึงที่สวยงามทีสุดมาใช้คือช่วงพระอาทิตย์ตกทำให้ขาดอีกอารมณ์ หลายคนในเมืองกรุงคงไม่เคยมองเห็นทองฟ้าสีนั้นเพราะตึกบัง อย่าว่าแต่ท้องฟ้าเต็มๆเลยเส้นขอบฟ้าเส้นสั้นๆก็หาดูได้ยากแล้วแต่ด้วยฉากดาดฟ้าที่ผมคิดว่าน่าจะมองเห็นท้องฟ้าตอนเย็นชัดแต่กลับไม่หยิบยกมาจึงน่าเสียดายมาก เพราะถ้าใครเห็นพระอาทิตย์ตกบ่อยๆอย่างผมคงจะรู้ว่ามันสวยแค่ไหนหลายคนที่ดูคงเห็นว่าฉากต่างๆหยิบเอาตัวเมืองกรุงเทพฯ ที่ตกรามบ้านช่องและแสงไฟยามกลางคืนดูเด่นเป็นพิเศษมาใช้ ก็หนังชื่อ Bangkok Love Story นี่ครับ กรุงเทพฯจึงเด่นเป็นพิเศษ...

เพลง
อย่างที่เค้าชมว่าฉากสวยเพลงเพราะ จริงอย่างว่า เพลงให้อารมณ์ที่รู้สึกว่า อื้มมมมมม...เพราะจัง พาเราโลดเล่นไปพร้อมกับภาพ แต่ใครที่หูดี คงรู้สึกว่าเสียงมีข้อบกพร่องนิดหน่อย เพราะดูเหมือนตัดต่อหยาบ จะขึ้นก็ขึ้นจะลงก็ลง แล้วบางเพลงไม่เข้ากับฉากเลย เช่นฉากตอนเมฆโดนจับ แต่โดยรวมก็ดีมากแล้ว โดยเฉพาะเพลงอยากรู้ แต่ไม่อยากถาม นั่งฟังจนเคลิ้มร้องตามด้วยพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา

แสงสะท้อนและคลื่น
ไม่รู้ให้ชื่อฉากนี้ว่าอย่างไร ฉากที่อิฐนั่งบนเก้าอี้ที่มีน้ำเจิงนองพื้น แสงสะท้อนที่เป็นริ้วคลื่นทำให้ภาพสวยมาก แอบเห็นว่าผู้กำกับคงสั่งให้เคาะเท้าบนน้ำให้เกิดคลื่น เห็นย่ำเท้าใหญ่^^ ใครที่จำได้หรือได้ดูคงชอบใจกับความสวยงามที่ยกมาใส่ในหนังเรื่องนี้ เป็นการเล่นแสงที่น่าดูชมจนเกิดภาพที่สวยงาม เป็นแสงที่ส่องออกมาเป็นวงกว้างสวยงามจนต้องนำมากล่าว

แอบ?
อิฐถูกกำหนดให้แอบตั้งแต่ต้นเรื่อง ถึงขั้นแต่งงานกันแล้ว แต่ผมไม่แน่ใจว่าอาชีพของอิฐใช่ตำรวจมั๊ย?(ไม่มีเวลาไปนั่งคุ้ยประวัติ) ตอกย้ำกันจริงๆว่าเกย์ "ชอบแอบ" ทั้งที่ดูแล้วตอนแรกอิฐออกจะแมนมาก(จนเข้าใจผิด) แต่พอโดนจับโดนขู่สองสามทีเจอหน้ากันนิดหน่อยดูอ่อนระทวยพูดหวานกับเมฆราวกับเป็นเมียแล้ว เฮ้อ...ใจง่ายจัง นึกว่ารับจะขืนแล้วรุกจะต้อนนะเนี่ย

พลุ
ของอีกอย่างที่เด่นก็คือพลุที่จุดยามค่ำคืนที่ออกมาแสดงตัวบ่อยๆ จนคิดว่ากรุงเทพฯมีพลุจุดบ่อยเท่าไหร่กัน? แต่ก็สวยอย่างที่ต้องการถึงแม้จะไม่ให้อารมณ์เสมือนอยู่ในฉากอย่างฉากอื่นก็เถอะ เหมือนดูภาพพลุผ่านจอมากกว่าไปอยู่ในนั้นจริง แต่พอว่าถึงอารมณ์ของหนัง เรื่องนี้ทำผมเคลิ้มหลายรอบจนถึงกับงงตอนที่นั่งดูอยู่แล้วเหลือบไปเห็นป้ายทางออก Exitข้างๆจอยังนึกเลยว่าป้ายมาทำอะไรในหนัง พอรู้ตัวว่ามั่วนิ่มตกใจเลย อินกับมันมากกขนาดไม่รู้ตัวว่าอยู่ในโรงหนัง

เลิฟซีน
เลิฟซีนที่เป็นฉากจูบในหนังเรื่องนี้มีขัดนิดๆ แต่ถือว่าทำดีมากแล้วเพราะจูบจริงเล่นจริงแถมสองคนยังเป็นชายแท้(รึเปล่า?) การจะให้มาจูบกันเองคงยาก แต่ก็สังเกตเห็นว่าเวลาจูบแล้วกอดรัดฟัดเหวี่ยง มือสองคนดูจะหาหน้าทีตัวเองไม่ถูกเลยลูบไปลูบมาแบบคนหื่นแล้วก็เลิกลักไปทั่ว ที่จริงอยากเห็นฉากจูบซักฉากที่นุ่มๆ ไม่ต้องไปขยี้แหลกปากแตกขนาดนั้น จูบง่ายๆที่แปลว่าฉันรักเธอ ไม่ใช่ฉันจะเอาเธอ นุ่มๆซึ้งๆ

ตุ๊กตา
สิ่งซึ้งๆสุดท้ายที่ดูเหมือนมีบทบาทกับเค้าบ้าง แต่ก็ไม่มีซะงั้นคือตุ๊กตาผ้าตัวสีขาวที่เป็นของเมฆ อุตส่าห์พาขึ้นรถขับมาด้วยแต่หลังจากนั้นหายไปใหนไม่รู้แต่อย่างน้อยมันก็แสดงอารมณ์อ่อนโยนของพระเอกให้เห็นออกมาครับ

มือถือ
รู้สึกหนังสือหลายเรื่องก็จะประมาณนี้ พระเอกให้มือถือนางเอก แล้วคนนึงก็จะแอบถ่ายเก็บไว้ให้ดูเล่น แต่มันก็ทำเอาน้ำตาซึม หลายๆสิ่ง หลายๆอย่าง ที่มีก่อนหน้านั้นพรั่งพรูออกมาว่า "รักเธอ" อยากร้องไห้จริงๆเล้ยยย(แล้วก็ร้องจริงๆ)

อีกอย่างที่จับผิดได้ตอนเมฆบุกรังเสี่ยนะครับ บอดี้การ์ดที่ดูเหมือนจะย่องมาข้างหลัง ก่อนจะยิงมันส่งเสียง "เฮ้ย" ให้เมฆรู้ก่อนด้วย - -'ขอบคุณที่ไม่ทำให้พระเอกตายนะคับ เมฆหันไปเฮ้ยตอบแล้วยิ่งได้อย่างทันท่วงที...หยวนๆละกัน แล้วก็ถ้าใครสังเกตนาฬิกาแขวนผนังดีๆด้วยจะสังเกตเห็นเวลาที่บอกว่า 9 โมงตรง ฉากนั้นใครตาไวหน่อยคงเห็นนะครับ มันคงหมายถึงกางเขน...ทำผมสังหรณ์ขึ้นมาทันทีว่าใครตาย?

และสิ่งหนึ่งที่หนังเรื่องนี้สะท้อนออกมาคือ สภาพลับๆของกรุงเทพมหานคร... เวลาส่วนใหญ่ของหนังอุทิศให้กับฉากที่ดูโทรมๆ เก่าๆ สกปรก หรือหม่นหมอง สะท้อนให้เห็นสภาพชีวิตที่ยากลำบากและความเสี่ยง ดูแล้วเศร้าชอบกล และถึงแม้ฉากจบของหนังยิ่งเศร้าขึ้นไปอีก(จนใครหลายๆคนถามว่าใครยิงเมฆ?)ผมสะดุ้งเลย แต่ทำไงได้ละครับก็มันหนังของเค้า เค้าจะทำอะไรก็ได้นี่ จบหมองๆแบบนผมคิดว่าี้ตอนออกจากโรงไปก็ไม่มีความสุข ทำไมไม่ส่งท้ายด้วยความทรงจำทั้งหมดของทั้งสองคน ซึ้งกว่าตั้งเยอะกับภาพประทับใจทั้งหมดของหนัง แอบดูกัน สบตากอดกัน จูบกัน เตียงสั่น ฉันรักเธอ และ ยิงแหลก พอนึกภาพเหล่านั้นตอนจบพาลจะร้องให้เอา แต่พอจบฉากนั้นแล้วเห็นอิฐนั่งดูโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายคลิปเอาไว้ก็ทำเอาน้ำตาซึมขึ้นมาอีกอยู่ดี ใครดูเสร็จแล้วนึกตามนะครับ รับรองได้อารมณ์แน่ๆกับความรักของทั้งสอง เมฆและอิฐใน Bangkok Love Story...เพื่อน(กูรักมึงว่ะ)

สรุปนะครับหนังเรื่องนี้ทำให้ผมรู้สึกดีมากกว่าที่คิดก่อนที่จะเข้าไปดู ชอบในความรักชอบภาพ ชอบเสียง ชอบเพลง ชอบเตียง! ชอบเกย์ ชอบนู่นชอบนี่ไปหมดแนะนำว่าถ้าอยากดูไปดูเลย อย่าฟังคำวิจารณ์ที่ทำไขว้เขว แต่คงต้องเปิดใจกับคำว่าเกย์ ก่อนที่จะเข้าไปดู เพราะบางคนที่ไม่ได้เข้าใจความรักแบบนี้อาจรู้สึกว่ามันไม่ตรงตามใจของบางคน และละทิ้งความต้องการความสมจริงไว้หน้าโรง มันก็มีบ้างแหละครับอะไรที่ดูขัดๆ อย่าพยายามจับผิดอะไรเลย อย่าทำให้อคติเล็กๆน้อยๆมาทำให้การดูหนังต้องเสียอารมณ์เลยครับดูแค่ความรักที่เกิดขึ้นก็พอ...

ลองไปดูนะครับ เผื่อได้อะไรดีๆกลับมาบ้างเหมือนผม

By ละอ่อน
ปล. อีกอย่างเนอะ หลายคนถามว่ามันเกี่ยวอะไรกับ"เพื่อน" ทั้งๆที่เนื้อเรื่องทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกันเลยแต่อย่าไปสนเลยครับแค่ชื่อหนัง ล. หลายๆฉากที่ผมไม่ได้เอ่ยถึงเพราะความประทับใจมีอยู่ทั้งเรื่อง บางฉากที่ซึ้งๆยังมีอีกมาก ลองไปดูครับ แล้วเราจะได้ความรู้สึกต่อหนังเรื่องนี้เป็นของตัวเอง จะรักจะชอบหรือเกลียด ตัดสินใจด้วยตัวเราครับ

บทวิจารณ์ที่น่าสนใจอื่นๆ คลิกที่นี่

น้องละอ่อน View my profile

Categories

Favourites