โคราช ดินแดนแห่งความมหัศจรรย์
posted on 21 Oct 2007 11:59 by innocentgay in Commonหายไปนานมาก(อีกแล้ว) น้องละอ่อนก็ไม่ได้ไปไหนไกลหรอกครับ แรดร่านอยู่ในไทยนี่แหละแต่ครั้งนี้ไปแรดร่านไกลถึงโคราชเลยละคุณเอ๋ย...
ช่วงนี้ใครได้ยินชื่อจังหวัดโคราชคงจะส่ายหน้าไม่กล้าไปเที่ยวกันเป็นทิวแถว ด้วยเหตุเพราะว่าขณะนี้ข่าวออกครึกโครมโจ๋งครึ่มว่าโคราชน้ำท่วม แถมมีจระเข้ออกมาเพ่นพ่านถึงสามสิบตัว! ใครที่ได้ยินคงร้องว่าอกอีแป้นจะแตกตายที่น้องละอ่อนกล้าไปตอแยกับราชาแห่งลุ่มแม่น้ำเขตร้อนชื้น แต่อย่างว่าใครเหนียวกว่าก็ชนะไป หนังหน้าน้องละอ่อนซะอย่าง คิดว่าจะแพ้หรือ?...ไม่มีทาง
เพราะงั้นการเดินทางจึงเริ่มต้นขึ้น ทัวร์ครั้งนี้ไม่ได้ไปกับฉิ่งฉับทัวร์แต่ไปเป็นการส่วนตัวครับ เพราะคุณลุงคุณป้าของน้องละอ่อนมาเยี่ยมเยียนจากแดนไกล ท่านจึงอยากเที่ยวเป็นธรรมดา ผมเลยต้องติดสอยห้อยตามไปด้วยครับ จุดมุ่งหมายใหญ่ๆในการท่องเที่ยวครั้งนี้คือ องค์สมเด็จพระพุฒาจารย์โต ที่หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ใหญ่ที่สุดในโลก หรือที่หลายๆคนเรียกกันติดปากว่าวัดสรพงษ์ (สถานที่แห่งนี้สร้างโดยมูลนิธิที่คุณสรพงษ์เป็นประธานมูลนิธิครับ) แต่ก่อนอื่นขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวรายข้างทางที่น่าแวะชมไปเรื่อยๆนะครับ

เส้นทางสู่โคราช ประตูสู่อีสาน
สำหรับจังหวัดโคราชหรือ นครราชสีมาบ้านของย่าโมที่ใครๆก็รู้จักนั้นเปรียบเสมือนประตูสู่ภาคอีสาน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 259 กิโลเมตร เป็นเมืองใหญ่บนดินแดนที่ราบสูง ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากร และสิ่งอำนวยความสะดวกทางการท่องเที่ยว เพราะงั้นใครมาเที่ยวรับรองไม่ผิดหวัง ถ้าท่านจะเดินทางมาใช้เส้นทาง จากกรุงเทพฯ เดินทางไปนครราชสีมาได้หลายเส้นทาง
- เส้นทางที่นิยมที่สุดคือ
จากกรุงเทพฯใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน)
แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ที่สระบุรีไปจนถึงนครราชสีมารวมระยะทางประมาณ 259 กิโลเมตร
- อีกเส้นทางคือ จากกรุงเทพฯ ผ่านมีนบุรี ฉะเชิงเทรา พนมสารคาม กบินทร์บุรี ปักธงชัย ถึงนครราชสีมา รวมระยะทางประมาณ 273 กิโลเมตร
- หรืออาจเลือกใช้เส้นทางรังสิต-นครนายก ต่อทางหลวงหมายเลข 33 ไปกบินทร์บุรี แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านวังน้ำเขียว ปักธงชัย เข้านครราชสีมา(ผมไปทางนี้แหละ)
การเดินทางใช้เวลาช่วงสั้นๆก็ถึงเหมาะแก่การท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์เป็นอย่างมากครับ เดินทางเพียงแปปเดียวเราก็เริ่มเข้าสู่จังหวัดโคราชประตูสู่ภาคอีสานแล้ว สถานที่แรกที่สามารถแวะชมได้ก็คือไร่องุ่นหลายแห่งของที่นี่ ซึ่งตอนแรกทำน้องละอ่อนประหลาดใจมากว่าโคราชปลูกองุ่นได้ด้วยหรอ? แล้วผมก็ถึงบางอ้อทันทีเมื่อเห็นซุ้มไม้เป็นทิวแถวสุดลูกหูลูกตาที่เต็มไปด้วยเถาองุ่นสีเทาอ่อนๆ มีใบสีเขียวแซมไปทั่วกระหวัดรัดเกี่ยวอยู่เต็มไปหมด ที่นี่นอกจากจะตระการตาแล้วแทบทุกไร่จะมีซุ้มขายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากองุ่นอยู่ด้วย ทั้งไวน์องุ่น น้ำองุ่น และแม้แต่พายองุ่น กะหรี่พัฟไส้องุ่นด้วย(แถวนี้ไม่มีกระหรี่สดๆขาย ทางการไม่สนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง) หรือถ้าไปในช่วงที่เถาองุ่นกำลังออกพวงละก็จะได้ภาพที่น่าประทับใจยิ่งกว่าและอาจได้องุ่นสดๆจากไร่
ราคาโรงงานกลับไปหลายลังทีเดียวฝากพี่ฝากน้อง ลุงป้าน้าอา ยามหน้าหมู่บ้านยันหมาท้ายซอย

องุ่นพันธุ์ดี สีเข้ม รสหวานฉ่ำ น่านำมาบ่มเป็นไวน์
เสร็จจากไร่องุ่นก็เริ่มออกเดินทางต่อไปเพื่อไปอีกสถานที่แห่งนึงที่เลื่องลือไปทั่วถึงความน่าเที่ยวเป็นที่สุด นั่นก็คือ ฟาร์มโชคชัย

ทางเข้าฟาร์มโชคชัย

ทุกส่วนตกแต่งอย่างสวยงาม และเขียวชอุ่มด้วยพืชนานาพันธุ์
ที่แห่งนี้นับเป็นตำนานแห่งคาวบอยเมืองไทยเลยทีเดียว ใครจะคิดล่ะว่าในจังหวัดโคราช จะมีฟาร์มปศุสัตว์บนพื่นที่ 20,000 ไร่ตั้งอยู่ ปัจจุบันฟาร์มโชคชัยได้รับการยอมรับว่าเป็นฟาร์มโคนมที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
และการจัดการดีที่สุดแห่งหนึ่งในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
มีจำนวนโคทั้งหมดในฝูงประมาณ 5,000 ตัว แบ่งเป็นแม่โครีดนมประมาณ 2,000
ตัว และอีก 3,000
ตัวเป็นลูกโคและแม่โคสาว(ไม่มีโคกระเทย?!?)ที่รอเวลาที่จะเติบโตมาเป็นแม่โครีดนมเพื่อใช้ภายในฟาร์ม
และจำหน่ายให้กับเกษตรกรรายย่อยทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนั้นก็มีฟาร์มม้า ฟาร์มสุนัขและฟาร์มกระต่าย ซึ่งด้วยความยิ่งใหญ่นี้เองทำให้ฟาร์มโชคชัยกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปโดยปริยาย แต่สิ่งที่น้องละอ่อนมาในวันนี้ไม่้ใช่เพื่อเข้าไปเที่ยวชมฟาร์มโชคชัย เพราะถ้ามาที่แห่งนี้อาทิตย์นึงก็เที่ยวไม่หมดต้องขอแปะโป้งมาเที่ยววันหลัง แต่ฟาร์มโชคชัยมีธุรกิจที่บริการสำหรับนักท่องเที่ยวสัญจรด้วยก็คือภัตตาคารและร้านอาหารนั่นเอง
โชคชัยสเต็คเฮาส เป็นอีกอย่างที่หลายคนรู้จักดี
วันนี้ผมมาเพื่อลองลิ้มชิมรสเนื้ออันโอชะในโคราชบ้างจากที่ปกติทานแต่ที่
รังสิตและสุขุมวิท ซึ่งส่วนโปรดปรานของผมก็คือ T-Bone ครับ หมัก 15 วัน
แล้วย่างไฟปานกลางทานพร้อมกับมันฝรั่งและผักเคียงนุ่มลิ่นและรสเข้มข้น
ซาบซ่านอย่าบอกใคร แต่เมนูแนะนำที่คนส่วนใหญ่ชอบคงเป็นส่วนซี่โครงซี่ที่
6-12 (โค มีซี่โครง13ซี่) หรือที่เรียกว่า Prime Rib
ซึ่งจะมีไขมันมากทำให้เวลาย่างเนื้อจะไม่แห้งและฉ่ำ
ทานกับเบียร์อร่อยเหาะ(ไม่แนะนำสำหรับสาวๆที่ห่วงรูปร่าง) นอกจากนั้นก็มีเมนูอื่นเช่น ซุป ปังกระเทียม ไวน์ น้ำผลไม่
และอีกหลากหลายเมนู น้องละอ่อนแนะนำให้มารับประทานช่วงเช้า
เพราะว่าขนมปังกระเทียมที่ทำจะสดใหม่พึ่งออกจากเตามาหมาดๆ
เหนียวนุ่มละลายในปาก
เพราะถ้ามาช่วงเย็นขนมปังจะเริ่มแข็งเย็นชืดและพ่อครัวก็เริ่มง่วงแล้วด้วย

โชคชัยสเต็คเฮาส์

ทางเข้าร้าน

การตกแต่งภายในที่ใช้ไม้และเหล็กดัดเป็นหลัก ให้อารมณ์คาวบอยและบรรยากาศตะวันตก
เครื่องปรุง

มาแล้วๆ T-Bone แสนโอชากับผักเคียง

กระดูกรูปตัว T และเนื้อที่ติดมันเล็กน้อย

มุมน้ำเงินคือเนื้อ New York ที่ติดมันตรงขอบ ราดด้วยเกรวี่รสเข้มข้นน่าลิ้มลอง

ซาก...สิริรวมค่าเสียหายเกือบพันบาท(เท่าไหร่ไม่บอก เดี๋ยวไม่กล้ามากิน)
เสร็จจากสเต็คชิ้นโต ใครยังหิวก็ไปกินนมกันต่อที่้ร้าน อืมม!...มิลค์ ซึ่งเป็นร้านผลิตภัณฑ์จากนมโดยเฉพาะเลยครับ ขอแนะนำไอศกรีมนมสดของที่นี่ หรือหนุ่มสาวที่รักสุขภาพคงจะถูกใจกับโยเกิร์ตนมสดที่มีคุณประโยชน์มากกว่าโยเกิร์ตปกติ
ที่เติมผลไม้เชื่อมลงไปและผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อแล้ว หลังจากท้องอิ่มก็ได้เวลาเดินเล่นรอบๆร้านที่ตกแต่งอย่างสวยงามเพราะที่ฟาร์มโชคชัยนี่ภูมิทัศน์สวยจริงๆ

ด้านหน้าร้านอืมม!...มิลค์ และบริเวณร้านขายของที่ระลึก


น้ำตกบริเวณร้านที่เพิ่มความชุ่มชื้น ฝูงปลาที่เชื่อง สามารถให้อาหารได้ครับ
รีบออกจากฟาร์มโชคชัยไปต่อเพราะท้องฟ้าเริ่มแซมด้วยสีเ่ทาหม่นเป็นสัญญานว่าใกล่ค่ำ แต่ระหว่างทางนั้นแนะนำจุดชมวิวที่ริมแม่น้ำลำตะคลอง สังเกตบริเวณนี้ง่ายๆเพราะจะมีร้านอาหารมากมายตั้งอยู่ริมหน้าผา ยื่นออกไปให้ชมวิวแบบสวยๆกันหลายร้าน ทำเอาเสียวเล่นกับวิวมุมสูงที่มองเห็นแม่น้ำลำตะลองแบบ Full view กว้างสุดสายตา ประกอบกับมาช่วงพระอาทิตย์ตกลับฟ้าไปแล้วเลยดูสวยมากๆในบรรยากาศท้องฟ้าอึมครืมแต่ลมเย็นสบาย ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศให้แวะพักชม

วิวที่สวยงามมากๆของแม่น้ำลำตะคลอง (ของจริงสวยกว่าในรูปอีก)

ท้องฟ้ายามใกล้มืดกับพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวสีนวลสวย
พอมืดค่ำก็ถึงตัวเมือง สิ่งนึงที่ถ้ามาไม่ถึงที่นี่ก็เหมือนไม่ได้มาโคราชก็คืออนุสาวรีย์ของย่าโมที่จะมีคนมากราบไหว้กัน
ไม่ขาดสายเลยครับ แถวนี้มีบริการถ่ายภาพจากช่างกล้องมืออาชีพด้วย ใครใคร่ไหว้ ไหว้ ใครใคร่ถู ถู เอ๊ย!ไม่ใช่ ห้ามถูครับ แต่ถึงอย่างนั้นแถวนี้ก็มีคนขายลอตเตอรีให้คอยสำแดงเลขเด็ดอยู่ดี ใกล้ๆกันนั้นก็จะมีประตูชุมพล ประตูเมืองหน้าตาโบร่ำโบราณที่ว่ากันว่าใครมาลอดประตูแล้วไม่แคล้วได้กลับมาอีกอย่างแน่นอน น้องละอ่อนก็ไปลอดกับเค้ามั่งเหมือนกันเผื่อจะได้กลับมาอีกครั้ง เสร็จจากไหว้ย่าโมก็เป็นเวลาไปเช็คอินเข้าโรงแรมก่อนซึ่งที่นี่มีโรงแรมรองรับนักท่องเที่ยวทุกระดับ ตั้งแต่ไร้ดาวไปจนถึงสามดาว(คิดว่าไม่น่าจะมีถึงสี่ดาว) เลือกกันตามใจชอบครับ เช็คอินเสร็จอย่าพึ่งนอน ไปเที่ยวต่อกันเลย...
ย่านการค้าและท่องเที่ยว เหมาะแก่นักท่องเที่ยวยามค่ำคืน

อนุสารีย์ย่าโมที่แม้แต่กลางคืนก็ยังมีคนมากราบไหว้

ประตูชุมพล ประตูคนเหล็ก "I'll be back" (คำพูดอันแสนโด่งดัง)

สวนสาธารณะที่สร้างอย่างสวยงามแถมมีนกมาทำรังอยู่เต็ม
คืนนี้ผมยังไม่เหนื่อยจึงไปเดินเล่นต่อที่เซ็นทรัลโคราช ทำให้เห็นอีกอย่างนึงว่าที่นี่มีชาวต่างชาติมาเที่ยวเยอะพอสมควร ประกอบกับช่วงนี้ีิกีฬาซีเกมส์ที่จะจัดขึ้นที่โคราชในอีกไม่ช้าไม่นาน(เมื่อไหร่ไม่รู้) จึงยิ่งเห็นชาวต่างชาติเดินกันขวักไขว ใครจะจองโรงแรมช่วงนี้ผมคิดว่าคงเต็มหมด(ช้าไปแล้วต๋อย) เดินชมที่เซ็นทรัลกันจนห้างปิดก็ต้องไปหาที่เที่ยวต่อครับ...
ช่างบังเอิญที่ช่วงที่น้องละอ่อนมานี้ โคราชกำลังมีเทศกาลอาหารย่างพอดีเลยมิวายจะต้องแวะไปลองลิ้มชิมรสแม้ว่าท้องไกล้แตกตายแล้วก็ตาม เบียร์หนึ่งเหยือกและกัับแกล้มก็เพียงพอแล้วสำหรับผม เวลาเริ่มดึกดื่นจนหนังตาเริ่มหย่อนจึงได้เวลากลับไปนอนที่โรงแรมเสียทีแล้ว คืนนี้ก็หมดไปกับการเที่ยวอย่างเมามันที่โคราชครับ ได้เวลานอน แล้วค่อยตื่นอีกทีเช้าวันรุ่งขึ้นซึ่งจะมีอะไรต่อไป มาติดตามดูกัน
By น้องละอ่อน
คุ้มค่ากับการเสียเวลานั่งรถไป


แวะมาทักทาย
ยังไงว่างๆก็ไปทักทายกันบ้างน่ะ
#1 By การเดินทางของคน 2 คน กับหัวใจ 2 ดวง on 2007-10-21 14:52