การเดินทางยังไม่สิ้นสุด อย่าพึ่งหยุดสนุกสหาย
posted on 27 Oct 2007 11:48 by innocentgay in Commonการเดินทางของผมยังไม่สิ้นสุดนะครับ โคราชยังมีสถานที่สวยงามน่าท่องเที่ยวอีกหลายแห่ง และวันต่อมาก็เป็นวันสำหรับคอยตามเก็บสถานที่เหล่านั้นไว้ในกล่องความทรงจำ ของผมให้ได้มากที่สุดเ่ท่าที่จะทำได้ต่อจากเมื่อวาน
...เช้านี้ผมตื่นขึ้นมาด้วยสภาพที่เรียกได้ว่าโทรมพอดู แถมตื่นสายด้วย คงเป็นพิษจากเบียร์เหยือกเมื่อวานแน่ๆที่ส่งผลในวันนี้ แต่ไม่ได้ทรมานกับการเมาค้างเท่าไหร่ อาบน้ำแต่งตัวแล้วรีบเช็คเอ๊าท์ออกก่อนเที่ยงดีกว่าครับ
อาหารสายๆวันนี้ผมไปแวะหาร้านอาหารตามสั่งในตลาดกินง่ายๆพอประทังท้อง ซึึ่งเราก็สะดุดเห็นร้านข้าวหน้าเป็ดหลังจากขับหลายๆรอบ อยากกินพอดีเลย มื้อนี้เฉยๆมากเพราะเป็นอาหารธรรมดาและไม่ใช่ร้านเด่นร้านดังอะไรแต่ก็ทำให้ผมอิ่มท้องได้ล่ะ เสร็จจากข้าวหน้าเป็ดก็แวะร้านกาแฟแล้วแอบถามทางไปพร้อมๆกันด้วย วันนี้เราตัดสินใจกันที่จะไปเที่ยวสวนสัตว์โคราช และต่อจากนั้นไปมูลนิธิสร้างองค์หลวงพ่อโตในเวลากลางวันกัน เพราะอันที่จริงเมื่อวานเราแอบแวะไปดูกันแล้วในช่วงค่ำเมื่อวานที่แม้จะมืด แต่ก็ยังทำให้เราตกตะลึงกับความสวยกันได้ วันนี้เลยต้องกลับไปดูให้เห็นเต็มตาอีกครั้ง
ขับจากตัวเมืองผ่านอนุสาวรีย์ย่าโมเพื่อออกนอกตัวเมืองกัน สถานที่แรกที่เราไปคือไปช๊อปก่อนครับ...
โคราชนอกจากจะมีที่ท่องเที่ยวที่สวยงามน่าประทับใจแล้ว แหล่งช๊อปปิ้งยังหลากหลายและมีมากมายอีกด้วยครับ ที่ๆผมไปก็คือบ้านด่านเกวียนนั่นเอง

ร้านค้าในบ้านด่านเกวียน
บ้านด่านเกวียนที่จังหวัดโคราชนี้ เป็นแหล่งรวบรวมเครื่องปั้นดินเผา
เซรามิคส์ ประติมากรรมหินทราย และของตกแต่งสวนนาๆชนิดครับ
ใครที่ชอบการตกแต่งสวนและซื้อรูปปั้นสวยๆละก็มาที่นี่คงจะไม่ผิดหวัง
คุณลุงก็รีบจับจ่ายมือเป็นระวิง
ทั้งๆที่ไม่ได้เอารถกระบะมาแต่ก็ยังพยายามยัดหินเป็นตันลงไปในรถจนได้
ที่บ้านด่านเกวียนนี้จะมีร้านอยู่หลากหลายและกระจัดกระจายกัน
แนะนำให้ลองเดินดูให้ทั่วๆก่อนและเข้าออกตรอกซอยด้วยเพราะจะมีร้านซ่อนอยู่เต็ม(อย่างกะดันเจี้ยนลับ)
แล้วค่อยมาเปรียบเทียบราคาหลายๆร้านก่อนซื้อจะดีจะดีกว่า
ภาพเด็ดในร้านขายของ

หมาหยอกไก่ ภาพน่ารักขำขันที่ไม่เห็นกับตาคงไม่เชื่อ สุนัขก็อายเป็น

การลงยาเคลือบเครื่องปั้นดินเผา

ของเยอะจนดูแทบไม่หมด จ่ายแทบไม่ทัน

คนสวยน่าพากลับบ้าน(แต่ยาวไปนิดใส่ไม่ลง)

ตีนตุ๊กแกที่เจริญงอกงาม สวยมากทีเดียว

ของเยอะแยะมาก สวยๆทั้งนั้นครับ
เสร็จจากด่านเกวียนพร้อมกระเป๋าตังที่เบาลง และรถที่หนักขึ้น
เราเดินทางไปต่อ เพื่อจุดมุ่งหมายต่อไปคือสวนสัตว์โคราช
พอมาถึงน้องละอ่อนลงมาจากรถด้วยความมึนงง(พึ่งตื่น)รถไฟกำลังจะออกแล้ว...
ที่สวนสัตว์โคราชแห่งนี้มีบริการรถรางสำหรับคนขี้เกียจเดินด้วย สนนราคา 20
บาทต่อท่าน มีจุดลงรถให้ 13 จุด เพื่อให้ท่านลงเดินชมสถานที่ทีท่านสนใจได้
และกลับขึ้นมาโดยไม่ต้องเสียค่าบริการอีก(ทั้งๆที่เขาประกาศอย่างนี้ผมก็
ยังงงๆในระบบขนส่ง)
แต่นอกจากรถรางแล้วทางสวนสัตว์ยังมีรถกอล์ฟไว้้คอยบริการอีกด้วย
พร้อมคนขับหน้าตาหล่อเหลาแถมล่ำมาเป็นสารถี (เห็นมากับตา)
สนนราคาชั่วโมงละ 350 บาทครับ แต่เท่านั้นยังไม่พอ
สำหรับท่านที่รักการออกกำลังกาย
ผมเห็นบางคนขี้จักรยานฉวัดเฉวียนโดยรอบสวนสัตว์ด้วย
แต่ไม่ทราบราคาและจุดเช่าจักรยานครับ(อยากขี่บ้างอะ T_T)
ซึ่งในสวนสัตว์แห่งนี้จะเป็นสวนสัตว์ปิดที่มีสัตว์อยู่หลายชนิดเหมือนกัน
แต่จะเน้นสัตว์ในแถบ SE Asaia และประเทศเพื่อนบ้านของไทยนี่เอง
อ้อบัตรเข้าที่นี้ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาทครับ ไม่มีราคาชาวต่างชาติ

เม่น แม่นแล่ว
ผมลงเดินดูด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
มันรู้สึกมีความสุขที่อ่านชื่อวิยาศาสตรของสัตว์ต่างๆ์แล้วรู้ว่านี่เป็น
สัตว์ที่ค้นพบในประเทศไทยเป็นแห่งแรก(มีหลายตัวเลย)
และมีบางตัวที่คนไทยพบและตั้งชื่อ
แต่ขณะที่เดินดูผมก็มีความรู้สึกขยะแขยงด้วยพร้อมๆกัน
ไม่รู้ว่าผมเริ่มรู้สึกเกลียดสวนสัตว์ตั้งแต่เมื่อไหร่
พอมองเข้าไปในกรงแล้วพบแม่ลิงกับลูกลิงเกาะซี่ลูกกรงท่าทางน่าขันจ้องตอบกลับมาทำเอาผมไม่มีแรงกดชัตเตอร์
ผมเดินดูแต่ละกรงด้วยความรู้สึกแปลกๆไม่ชอบว่า
ถูกแล้วหรือที่เราจะมีสิทธิ์เดินทอดน่องมองดูสัตว์เหล่านี้พลางคิดว่า
"ฮ่าๆๆ!ลิงตัวนั้นหน้าตาตลกจังเลย"
"อุ๊ยเสือ!รีบไปดูดีกว่า(ตามประสาไทยมุง)"
หรือแอบมองดูกิจวัตรของสัตว์เหล่านั้นประหนึ่งนักถ้ำมอง
เพราะสัตว์ก็มีสิทธิของตัวเองเหมือนกัน
เป็นความน่าชื่นชมอบอุ่นที่พ่อแม่ลูกพากันมาเที่ยวในวันหยุดกันทั้งครอบครัวแต่กลับทำให้ผมรู้สึกแย่
กับการกระทำเหล่านี้ยิ่งนัก การศึกษาชีวิตสัตว์และชื่นชมกับความงามของสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเป็นสิ่งที่น่าทำ
และดึงดูดความสนใจของผม ถ้าไม่ได้ทำโดยมาเดินดูกรงเหล่านี้แต่
เป็นการศึกษาชีวิตจริงๆในธรรมชาติ มันต้องไม่ใ่ชอย่างนี้...

แม่ลูกกระโดยเหย็งๆ มาเกาะกรงจ้องดูผม

เราทำผิดอะไรไปรึเปล่า

ใช้อำนาจบาทใหญ่ ทำสิ่งที่ไม่เจียมตัวเลย
ออกจากสวนสัตว์ด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง แต่ไร้หนทางแก้ ผมเดินทางไปต่อเพื่อไปจุดหมายหลักๆของเรา คือมูลนิธิของคุณสรพงษ์ ระหว่างทางแวะห้องน้ำตอไม้และซื้อของฝากเล็กๆน้อย ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังวัดสรพงษ์
มูลนิธิของคุณสรพงษ์เป็นมูลนิธิที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสร้างองค์สมเด็กพระพุฒาจารโตจากทองสำริด
องค์ใหญ่ที่สุดในโลกและปรับปรุงทัศนียภาพโดยรอบ
โดยแอบได้ยินกระซิบกระซาบกันว่างบประมาณสร้าง
สูงถึง 250 ล้านบาท
สถานที่แห่งนี้เป็นสวนที่ดูโดดเด่นเป็นที่สุดเมื่อขับรถผ่านเพราะภูมิทัศน์รอบตัวจะเปลี่ยนไปอย่างกระทันหัน
เต็มไปด้วยต้นไม้ที่จัดแต่งอย่างดีบริเวณเกาะกลางถนน ช่วยดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลเข้าไปชม หากท่านมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองโคราชมูลนิธินี้จะตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของถนน
ไม่ต้องมีป้ายโฆษณาก็ยังสังเกตรู้ได้ว่านี้คือ
สถานที่อีกแห่งที่น่าเที่ยวและสวยอย่าบอกใคร
ผมนั่งรถมุ่งสู่ภายในมูลินิธผ่านถนนคอนกรีตที่ปลูกต้นหลิวตามข้างทางตลอดแนวแซมด้วยต้นเข็มตัดแต่งทรง
และก้อนหินก้อนใหญ่รูปร่างแปลกตา
ทุกส่วนของที่นี่ตั้งแต่เกาะกลางถนนไปจนทางเข้าจนสุดพื่นที่ได้รับการตกแต่งพิถีพิถันอย่างสวยงามด้วยต้นไ้ม้
ดอกไม้นานาพันธุ์ หินก้อนโต และน้ำตกที่ทำให้สถานที่แห่งนี้เหมือนสวนสาธารณะเกรดเอ
หาที่จอดรถแล้วเดินเที่ยวชมกันเลยครับ...

สวนสวยหน้าอาคาร
ก่อนอื่นต้องไปอาคารหลักที่เป็นที่ตั้งมูลนิธิ ซึ่งยังสร้างไม่เสร็จดีนัก เสียงโฆษกประกาศดังทั่วบริเวณโดยรอบดังคุ้นหู คุณสงพงษ์ ชาตรีมาอยู่ที่นี่นี่เอง บริเวณนี้จะเป็นส่วนที่รับบริจาคและติดต่อด้านต่างๆ รวมทั้งยังขอถ่ายรูปได้อีกด้วย ใครจะบริจาคเชิญเลยครับมีแถมเสื้อหรือพระเครื่องให้ด้วย จากอาคารหลักเดินทะลุเข้าไปลึกอีก ผ่านบ่อปลาที่ขุดไว้จะพาไปสู่โบสถ์(หาคำเรียกดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว) ที่เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโตองค์ใหญ่ยักษ์ที่มองดูน่าเกรงขามมาก น้องละอ่อนเดินผ่านน้ำพุแสนวิจิตรถอดรองเท้าข้างหน้าแล้วเดินเข้าไปกราบ ตรงนี้ก็มีพระเครื่องให้เช่าอีกหรือใครอยากปิดทองที่แข้งพระก็มีทองคำเปลวไว้ให้ด้วย ช่วงเย็นๆนี้คนเยอะพอดูเลยทีเดียว ผมเสร็จจากการไหว้พระเสร็จก็มาแอบเก็บภาพหน้าน้ำพุ บรรยากาศของที่นี่นับว่าดีมากๆทั้งอากาศที่สดชื่น และทิวทัศน์ีที่สวยจับตา

หลวงพ่อโตหล่อจากทองสำริด
เราเดินกลับไปกันทางเดิมเพื่อหาโรงอาหาร ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่จะมีโรงอาหารเลี้ยงคนที่เข้ามาชมด้วย ฟรีครับพร้อมน้ำดื่ม โรงครัวสภาพสะอาดสะอ้านและมีโต๊ะเก้าอีกพร้อมในร่มชวนให้นั่งกินราดหน้าครู่นึงก่อน แต่ก็มีร้านค้าอยู่ด้วยผมจึงไปนั่งซดลาเต้ร้อนๆต่อจากราดหน้าฟรีที่รสชาติไม่เลวเลย พร้อมดูวิวไปด้วย ถ้าจะมาีกินข้าวที่นี่ต้องมาก่อนห้าโมงครึ่งนะครับ เพราะโรงครัวจะปิดเนื่องจากแม่ครัวและพนักงานทั้งหลายจะต้องทำวัตรและฟังธรรมกันช่วงกลางคืนด้วย น่าฟังธรรมอย่างมากทีเดียว ระวังวิวสวยๆลมเย็นๆพาหลับไปก่อนละกัน ที่นี่มีบ่อปูนปลูกบัวเลี้ยงปลาหลายแห่ง น้ำตก และสวนที่สวยจนลืมหายใจ นับว่าสวยงามมากๆจริงๆจนคิดว่าถ้าไม่มาคงเสียเที่ยวแย่เลย

ราดหน้ารสอร่อย

หลวงพ่อทันใจ กับอะไรไม่รู้อีกสององค์(จำไม่ได้)

เรือนรับรอง

บรรยากาศน่านั่งทอดหุ่ย


สวยจริงๆ...
เราออกจากสวนสวยมูลนิธิของคุณสรพงษ์ตอนเย็นๆแล้ว พระอาทิตย์กำลังตกลงเข้าหาเส้นขอบฟ้าด้วยขนาดโต สีแดงกลมสวย ลมเย็นสบายจนอยากนั่งปล่อยอารมณ์ต่อที่นี่อีก แต่เวลาไม่มีแล้วจึงต้องรีบออกจากที่นี่แล้วมุ่งหน้ากลับสู่บ้านครับ ระหว่างทางน้องละอ่อนไปแวะเลือกของแบรนเนมราคาโรงงานกันก่อนที่ FN(Factory Outlet) ได้เสื้อสวยสองตัวมาไว้ใส่ล่อตาคน ที่จริงเป็นเสื้อผ้าฝ้ายร้อยเปอร์เซ็นสไตล์สวย ใส่สบาย ปักด้ายทองด้วย เสร็จจากนั้งจึงค่อยมุ่งตรงกลับบ้านเลยครับ การเดินทางครั้งนี้เป็นอะไรที่น่าประทับใจเหมือนกันเพราะไม่นึกไม่ฝันว่า โคราชจะมีที่น่าท่องเที่ยวเยอะขนาดนี้ และแฝงด้วยความงามชนิดที่ว่าดูได้ไม่เบื่อเลย แน่นอนว่าผมต้องกลับมาเที่ยวอีกแน่ๆครับ เพราะยังเหลือที่เที่ยวอีกตั้งเยอะ อีกอย่าง...ผมลอดประตูชุมพลมาแล้วนี่นา
By น้องละอ่อน


พาไปเที่ยวซะทั่ว ไม่ต้องไปเองเลย


#1 By นายฉิม on 2007-10-27 14:11