Wall•E หุ่นยนต์ที่ทุกคนจะต้องหลงรัก
posted on 16 Aug 2008 23:40 by innocentgay in Commonไม่รู้จะแก้ตัวยังไงกับการหายตัวไปอันนานแสนนานของน้องละอ่อน แต่การหายตัวไปนี้ก็ยังพอมีเหตุผลอยู่บ้าง เพราะตอนนี้น้องละอ่อนเป็น Freshy ปี 1 แล้ว! เรื่องราวยุ่งๆเข้ามามากมายในช่วงการหักเหของชีวิตนี้(ซักพักคงออกพ๊อคเกตเอนทรีมาให้อ่านกัน) ทำให้ไม่ค่อยมีเวลาว่างให้มาอัพบล๊อคนัก แต่วันนี้เป็นวันพิเศษที่ทำให้นึกครึ้มอกครึ้มใจสละเวลามาเขียนเอนทรีลงในเศษกระดาษเพื่อรอโอกาสอัพ
เพราะในที่สุดน้องละอ่อนก็ได้ดูภาพยนต์เรื่องที่ตั้งใจจะดูมากที่สุดของปีสักที และ Wall•E ก็ไม่ทำให้ผมผิดหวังเลย ตรงกันข้ามออกจะได้อะไรหลายๆอย่างกลับมาเกินคาด
Wall•E เป็นเรื่องราวของหุ่นยนต์ทำความสะอาดตัวหนึ่งที่ถูกทิ้งให้อยู่เหลือรอดบนโลกเพียงลำพัง หลังจากที่มนุษย์ได้ละทิ้งบ้านเกิดของตัวเองไปนานแสนนานแล้ว วันหนึ่งชีวิตประจำวันของมันก็มีอันต้องเปลี่ยนแปลงหลังจากไปพบพืชต้นหนึ่ง และหุ่นยนต์สาวนามอีฟ การเดินทางที่แสนยาวไกลก็เริ่มขึ้น ผมติดใจอยากดู Wall•E ตั้งแต่ที่ได้เห็น Trailer ครั้งแรกในการไปดู 10000BC พอกลับมาหาข้อมูลและดูบทสัมภาษณ์ทีมงานเพิ่มก็ยิ่งทำให้อยากดูมากๆ เพราะมีสิ่งน่าสนใจหลายๆอย่างในภาพยนต์เรื่องนี้ ก่อนอื่นต้องบอกว่าน้องละอ่อนเป็นคนชอบดูการ์ตูนและโปรดปรานภาพยนต์แอนิเมชันเป็นอย่างมาก และ Wall•E ก็เป็นภาพยนต์ที่สรา้งโดยทีมงานฝีมืออลั่งเอลื่องคือ Walt Disney และ Pixar ที่การันตีในความสามารถจากผลงานที่ผ่านๆมา เป็นข้อยืนยันที่ทำให้หนังเรื่องนีเป็นหนังที่มีการนำเสนอเนื้อเรื่องและเทคนิคการสร้างที่ยั่วยวนใจ นอกจากนี้ยังติดใจ concept ข้อนึงที่ว่า Wall•E พูดไม่ได้! ถึงแม้หลังจากไปดูแล้วจะเห็นว่าพอจะทำเสียงได้สองสามคำและผิวปากได้ด้วย ซึ่งการสื่ออารมณ์ของหุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่พูดแทบไม่ได้นี้ให้ออกมาแล้วสื่อใจถึงคนชมได้ น้องละอ่อนอยากรู้ว่าทีมงานจะทำได้ดีแค่ไหน(และก็พบว่าทำได้ดีมากๆ) และข้อสุดท้ายที่ทำให้ติดใจอยากชมภาพยนต์เรื่องนี้เพราะ
Wall•E เป็น "หุ่นยนต์ที่คนทั้งโลกจะต้องหลงรัก"
เอนทรีนี้เขียนมาเพื่อเชิญชวนให้ลองไปดูกัน เพราะเรียกได้ว่าไม่มีที่ติเลยสำหรับรายละเอียดทุกๆส่วนในการทำแอนิเมชันถือว่าทำออกมาได้ดี โดยเฉพาะตอนที่ Wall•E ยังอยู่บนโลกรายละเอียดสิ่งของเยอะมากจนสมจริง พื้นผิวและการขึ้นรูปร่างก็คมชัดมากๆเลย บางตอนถึงขนาดเห็นเม็ดฝุ่นบนพื้น(จริงๆ) ละเอียดจนเห็นกระทั่งรอยขีดข่วน สิ่งแวดล้อมรอบๆและพื้นหลังก็สร้างสรรสมจริง ได้อรรถรสมากๆ แต่สิ่งที่ทำให้น่าไปดูไม่ใช่แค่เพียงเทคนิคการสร้างแต่เนื้อเรื่องต่างหากที่ดูเด่น สภาพปอนๆของ Wall•E ทำให้หุ่นตัวนี้ดูน่ารักบวกกับความขบขันและความ"เปิ่น"แบบสุดๆของเจ้าหุ่นตัวนี้ที่ทำให้ดูน่ารักและน่าสงสารไปพร้อมๆกัน บางครั้งก็มีการแอบกัดล้อเลียนประเด็นของโลกช่วงนี้ด้วย
ความลงตัวที่แท้จริงของเรื่องนี้คือการมีทั้งอารมณ์ตลก ตื่นเต้น โรแมนติก และซาบซึ้งจนร้องไห้หลากหลายอารมณ์ผสมกันไป บางซีนก็ทำได้สวยงามมากจนทำให้ได้ตระหนักว่าจักรวาลแห่งนี้สวยงามเพียงใด และความรักยังคงงดงามจนทำให้แม้แต่หุ่นยนต์ยังรักกันได้!
เหนืออื่นใด Wall•E ให้ข้อคิดมากมายของการใช้ชีวิตของมนุษย์ที่ปัจจุบันมีแต่จะสะดวกสบายและทำลายสิ่งแวดล้อมมากจนเกินไป เป็นการย้ำเตือนให้เราอย่าติดกับวัตถุ และหลงไหลไปกับมันมากเกินไปจนลืมสังเกตุสิ่งรอบตัวและชื่นชมความงามของสรรพสิ่ง รวมทั้งข้อคิดของความสามัคคีของคนหลายๆคนบนยานที่ทำให้เอาชนะอุปสรรคได้ และความกล้าหาญที่ออกมาจากหุ่นยนต์ตัวหนึ่งที่กลัวจนตัวสั่นงั่นงก แต่กลับทำให้เราทุกคนได้กลับบ้านกัน
ดูไปหัวเราะไป ดูไปแอบยิ้มไป และดูไปต้องแอบซับน้ำตาไปไม่ให้คนที่นั่งดูข้างๆรู้ เพราะหลากอารมณ์ที่ได้ทำให้รู้ว่าโลกนี้ยังมีเรื่องดีๆอีกมาก
ลองไปดูกันแล้วคุณจะรู้ว่า คนทั้งโลกตกหลุมรัก Wall•E ได้อย่างไร

ปล. ไปดูที่เมเจอร์รัชโยธิน โดยต้องยอมโดดเรียนเบสิกฟิสิกส์ไปหนึ่งครั้ง ตอนแรกก็ลังเลใจ แต่หลังดูจบก็แน่ใจว่าที่ยอมลงทุนเพื่อไปดู Wall•E มันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มเสียอีกกับสิ่งที่ได้รับกลับมา
ปปล. ไม่แน่ใจว่าจะกลับมาอีกเมื่อไหร่ แต่เอาเอนทรีนี้ไปกอดให้หายคิดถึงกันก่อนก็แล้วกันนะครับ


